ผักหวานป่าเพาะเมล็ด กับถุงเพาะชำย่อยสลายได้ทางชีวภาพ

ผักหวานป่าเพาะเมล็ด กับถุงเพาะชำย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ,การเพาะเมล็ดผักหวานป่า ,จำหน่าย ขาย ผักหวานป่าเพาะเมล็ด ราคาถูก

ผักหวานป่าเพาะเมล็ดผักหวานป่าเพาะเมล็ด
ผักหวานป่าเพาะเมล็ดผักหวานป่าเพาะเมล็ด

ผักหวานป่าเพาะเมล็ด

    การปลูกต้นผักหวานป่าที่นิยมกันนั้น คือ ปลูกจากต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ด เพราะว่าต้นผักหวานป่าที่เพาะจากเมล็ดนั้นมีรากแก้วทำให้มีอายุยืนและมีการแตกกิ่งก้านได้ดีมาก ทำให้ได้ผลผลิตที่ดีมากตามมาด้วย

 ... ปีนี้เรามีโครงการว่าจะปลูกต้นผักหวานป่าเพิ่ม ครั้งที่แล้ว เราได้ซื้อต้นกล้าผักหวานแบบเพาะเมล็ดมาปลูก แต่ปีนี้... ป้าขอลองเพาะเมล็ดผักหวานป่าเองบ้างดีกว่า เพราะคิดว่าน่าจะเพาะไม่ยาก ถ้าใครอยากลองเพาะเมล็ดผักหวานป่าแบบเราดูบ้าง ก็ตามมาเลย.!!!   

 

 

เมล็ดผักหวานป่า ที่สุกแล้วพร้อมเก็บเกี่ยว,วัสดุปลูก และถุงเพาะชำ( ขอขอบคุณ ภาพบางส่วนจาก internet)เมล็ดผักหวานป่า ที่สุกแล้วพร้อมเก็บเกี่ยว,วัสดุปลูก และถุงเพาะชำ( ขอขอบคุณ ภาพบางส่วนจาก internet)เมล็ดผักหวานป่า ที่สุกแล้วพร้อมเก็บเกี่ยว,วัสดุปลูก และถุงเพาะชำ( ขอขอบคุณ ภาพบางส่วนจาก internet)

เมล็ดผักหวานป่า ที่สุกแล้วพร้อมเก็บเกี่ยว,วัสดุปลูก และถุงเพาะชำ( ขอขอบคุณ ภาพบางส่วนจาก internet)

ข้อคิดสำคัญก่อนเพาะเมล็ดผักหวานป่า

 

1) เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ : ควรหาเมล็ดพันธุ์ที่จะนำมาเพาะ มีอายุหลังจากเก็บออกมาจากต้นแล้วไม่ควรเกิน 7 - 10 วัน เพราะจะมีอัตราการงอกสูงที่สุด ถ้าเก็บเมล็ดไว้นานเกิน 10 วันแล้วนำมาเพาะ อัตราการงอกก็จะลดลงไปเรื่อยๆ

 

2) เกี่ยวกับวัสดุเพาะกล้า : ควรใช้วัสดุเพาะที่มีการระบายนำ้ได้ดีเพื่อป้องกันรากของผักหวานเน่าตาย โดยปกตินิสัยแล้ว ต้นกล้าผักหวานไม่ชอบน้ำมาก วัสดุเพาะที่ป้าใช้ คือ ดินธรรมดาทั่วไป 1ส่วน + ทรายหยาบ 1ส่วน + ใบฉำฉาแห้งป่นๆ 1/2 ส่วน สำหรับวัสดุเพาะนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนี้ก็ได้ ท่านสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามวิจารณญาณ ที่สำคัญขอให้ระบายน้ำได้ดีก็แล้วกัน
 

3) เกี่ยวกับขนาดถุงเพาะชำ : จากการที่ได้เข้าไปค้นหาข้อมูลดูจากหลายๆท่านที่เพาะเมล็ดผักหวานป่าทั้งท่านที่เป็น ปราชญ์ชาวบ้าน และ ท่านที่เพาะขายแบบมืออาชีพ บางท่านก็บอกจำเป็นต้องใช้ถุงเพาะที่มีขนาดยาวมากๆเพื่อที่รากจะได้ไม่ขดงอ ถ้าใช้ถุงแบบสั้นๆจะทำให้รากขดแน่นอยู่ในถุงทำให้เมื่อนำไปปลูกแล้ว ต้นผักหวานจะตายได้ บางท่านก็บอกไม่เป็นไรถุงสั้นก็ใช้ได้ ที่สำคัญเวลาปลูกต้องระวังอย่าให้ดินในถุงแตกก็แล้วกัน ถ้าดินในถุงแตกขณะลงหลุมปลูก นั่นแหละที่เป็นสาเหตุทำให้ต้นผักหวานตายมากกว่าและก็มีบางท่านบอกว่า ไม่ต้องไปกลัวหรอก ดินตง ดินแตกอะไรเนี่ย ขนาดลองเอาต้นกล้าที่อยู่ในถุงออกมาล้างน้ำแล้วเอาไปปลูกลงในถุงใหม่ ต้นผักหวานก็ยังไม่เห็นตายเลย ยังสามารถเติบโตได้ตามปกติ...ฟังๆดูแล้วแต่ละท่านก็มีเหตุผลของตนเอง มีความคิดเห็นหลากหลายแนวทางแตกต่างกันไป ตามแต่ประสบการณ์ที่มีของแต่ละท่านนั่นเอง ...

  เอ้า!! แล้วทีนี้เราจะต้องเตรียมถุงเพราะชำขนาดไหนดีล่ะ...แบบถุงยาว หรือ แบบสั้นดีล่ะ  เดี๋ยวขอใช้เวลาคิดแป๊บบบ...พอมีเวลาคิดไตร่ตรองดูดีๆ ก็พบว่า...ทุกท่านที่เราได้ดูมาล้วนแล้วแต่ใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาของตัวเองเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ,ใช่แล้ว !!  " ประสบการณ์จะเป็นครูสอนเราได้เป็นอย่างดียิ่ง..."

   สำหรับเราไม่มีประสบการณ์ในการเพาะเมล็ดผักหวานป่ามาก่อนก็จริง แต่...เราเคยปลูกต้นผักหวานป่าแบบเพาะเมล็ดมาก่อน และจำได้ว่าขนาดของถุงที่ปลูกก็เป็นถุงดำขนาดเล็ก,สั้น ธรรมดาๆนี่เอง ปลูกไปแล้วส่วนใหญ่รอดเกือบทุกต้น มีบางต้นที่ตาย ก็เพราะตอนที่ตัดถุงปลูกแล้วทำรากขาดไปมาก เนื่องจากต้นผักหวานโตมากแล้วทำให้รากมาขดในซอกของมุมถุง ด้วยประสบการณ์นี้นี่เอง เราจึงตัดสินใจเลือกถุงเพาะชำที่คิดว่าดีและเหมาะสมกับการเพาะเมล็ดผักหวานป่ามากที่สุด ก็ คือ เราเลือกใช้ " ถุงเพาะชำแบบย่อยสลายได้ " ที่มีขนาดธรรมดา นี่แหละ... รับรองเจ๋งสุดแล้ว ตัดปัญหาเรื่อง รากผักหวานหักหรือขาด ตอนตัดก้นถุงออกไปได้เลย เพราะ เราสามารถปลูกต้นกล้าผักหวานลงไปทั้งถุงโดย ไม่ต้องตัด ไม่ต้องถอดให้เสียเวลา ที่นี้เวลาปลูกต้นกล้าผักหวานป่า ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องรากขาดอีกต่อไปแล้ววว...

 

4) เกี่ยวกับการงอกของเมล็ดผักหวานป่า : ถึงแม้ว่าเราจะมีเมล็ดผักหวานป่าที่พึ่งเก็บมาจากต้นใหม่ๆ(ไม่เกิน 10 วัน) ก็ตาม แต่เมื่อนำมาเพาะ อัตราการงอกก็ไม่ 100 % หรอกนะ ได้ซัก 80 % ขึ้นไปก็นับว่าเยี่ยมแล้ว เพื่อเป็นการลดอัตราการเตรียมถุงเพาะชำเก้อให้เป็น 0 % เราก็มีวิธีการที่แยบยล ที่เรียกว่า "ทำให้... ปริ ก่อน ปลูก" นั่นเอง.

 

 

 

เมล็ดผักหวานป่าที่กำลังปริพร้อมกับมีรากแก้วออกมาด้วย (ขอบคุณ ภาพจาก internet)

เมล็ดผักหวานป่าที่กำลังปริพร้อมกับมีรากแก้วออกมาด้วย (ขอบคุณ ภาพจาก internet)

   วิธีการเพาะเมล็ดผักหวานป่า

 

# ขั้นตอนที่ 1... ทำให้  " ปริ "

 

วิธีการทำให้เมล็ดผักหวานป่า มีอาการ " ปริ " คือ เปลือกของเมล็ดจะเริ่ม แตก หรือแยกออกจากกันแต่น้อย เพื่อเป็นสัณญาณที่บอกให้รู้ว่า เมล็ดนี้งอกแน่นอน... มีดังนี้

   

 - เตรียมตะกร้าที่มีรูที่ก้น หรือภาชนะอะไรก็ได้ที่มีช่องระบายน้ำได้ดี แล้วใส่ขุยมะพร้าว ให้สูงประมาณ 2 นิ้ว แล้วพรมน้ำให้ชุ่ม ( อาจใช้ แกลบดำ,ทราย,กระสอบป่านที่มีความชื้น แทนขุยมะพร้าวได้ )

     - นำเมล็ดผักหวานวางลงไปในแนวนอน อย่าให้เมล็ดซ้อนกัน แล้วใช้ขุยมะพร้าวโรยทับบางๆ แค่พอไม่เห็นเมล็ดผักหวาน แล้วพรมน้ำตามลงไปอีกเล็กน้อย

     - วางตะกร้าไว้ในที่ร่ม ห้ามโดนฝน ห้ามโดนแดด

     - รอประมาณ 3 วัน มาแอบคุ้ยดู จะมีบางเมล็ด เริ่ม แสดงอาการ " ปริ " เริ่มแตกออก หรือแยกออกเพียงเล็กน้อย ก็สามารถนำมาเพาะลงในถุงเพาะชำที่เตรียมไว้ได้เลย ไม่ต้องรอให้รากงอกออกมาจนยาว เพราะ ถ้ารอให้รากออกมายาวแล้วค่อยนำไปลงถุง อาจทำให้เกิดการกระทบกระเทือนต่อการเกิดรากแขนงหรือรากฝอยในเวลาต่อมาได้ ฉะนั้น แค่ เมล็ดเริ่ม ปริ แล้ว นำไปปลูกต่อในถุง จึงเป็นระยะที่ปลอดภัย และง่ายที่สุดในการลงปลูกในถุงเพาะชำ.

     - พรมน้ำในตะกร้า 3-4 วัน/ครั้ง เพื่อให้มีความชื้นเพียงพอสำหรับเมล็ดที่ยังไม่งอก จากประสบการณ์ที่เพาะเมล็ดผักหวานพบว่า เมล็ดผักหวานจะงอกไม่พร้อมกันทั้งหมด...ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของเมล็ดนั้นๆ,เมล็ดไหนที่สมบูรณ์กว่าก็จะงอกเร็วกว่านั่นเอง.

 

 

 

เมล็ดผักหวานป่าที่ปริแล้ว นำไปปลูกต่อในถุงเพาะชำ,คลุมตาข่ายด้านบนป้องกันสัตว์เลี้ยงโจมตี
เมล็ดผักหวานป่าที่ปริแล้ว นำไปปลูกต่อในถุงเพาะชำ,คลุมตาข่ายด้านบนป้องกันสัตว์เลี้ยงโจมตี

เมล็ดผักหวานป่าที่ปริแล้ว นำไปปลูกต่อในถุงเพาะชำ,คลุมตาข่ายด้านบนป้องกันสัตว์เลี้ยงโจมตี

 # ขั้นตอนที 2 ... นำไป " ปลูก " ในถุงเพาะชำ

     

  - เมื่อเราผสมดินปลูกลงในถุงเพาะชำเรียบร้อยแล้ว ก็รดน้ำให้ชุ่ม แล้วนำเมล็ดผักหวานลงปลูก ควรกดลงเบาๆ ให้เมล็ดจมลงไปครึ่งเมล็ด แล้ว รดน้ำที่ผสม ไตรโคเดอร์มาลงไปให้ชุ่ม (เชื้อไตรโคเดอร์มา ช่วยป้องกันรากเน่าได้ดี )

      - นำถุงเพาะวางไว้ในที่ร่มรำไร ห้ามโดนฝน ห้ามโดนแดด

      -รดน้ำ 3-4 วัน/ครั้ง หรือดูตามสภาพความชื้นของดินในถุง ใช้นิ้วจิ้มดู ถ้าดินในถุงยังชื้นอยู่ก็ไม่ต้องรดน้ำ ถ้าดินแห้งก็ให้น้ำได้

       -ควรรดน้ำผสมเชื้อไตรโคเดอร์มา สัปดาห์ละครั้ง จะช่วยป้องกันรากเน่าได้เป็นอย่างดีในฤดูฝน

      - ต้นกล้าผักหวานอายุตั้งแต่ 1 เดือนเป็นต้นไป สามารถนำลงปลูกในแปลงได้เลย ต้นกล้าระยะนี้เรียกว่าเป็น " ระยะถั่วงอก "  มีระบบรากแก้วที่เจริญได้ดีแล้ว ยังคงมีใบเลี้ยงติดอยู่ แต่ยังไม่มีใบจริง เมื่อนำลงปลูกในแปลง รากจะสามารถเจริญเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่องทันที แล้วจะค่อยๆสร้างใบจริงขึ้นมาในภายหลัง...

    สำหรับวิธีการปลูกต้นผักหวานป่าอย่างไรให้รอดในแปลงปลูกนั้นท่านสามารถ คลิ๊กเข้าไปดูได้ที่นี่, คลิกที่นี่

 

 

 

ผักหวานป่าเพาะเมล็ด และกิ่งชำขจรผักหวานป่าเพาะเมล็ด และกิ่งชำขจร

ผักหวานป่าเพาะเมล็ด และกิ่งชำขจร

 ป้าได้เพาะเมล็ดผักหวานป่าไว้จำนวนหนึ่ง ส่วนหนึ่งเก็บเอาไว้ปลูกเอง แต่ยังพอมีเหลืออีกจำนวนหนึ่ง....สำหรับท่านที่สนใจต้นกล้าผักหวานป่าแบบเพาะเมล็ดสามารถโทรมาสั่งจอง ได้ที่เบอร์...

    095-8862048 ทุกวัน...  

 # เราจำหน่าย ต้นกล้าผักหวานป่าเพาะเมล็ด(พันธุ์ยอดเหลือง)

     ที่ปลูกในถุงเพาะชำแบบ ย่อยสลายได้                  

     ใน 1 ถุง มี 2 ต้น ราคา 20 บาท เท่านั้น  #    

                                                    

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับถุงเพาะชำแบบย่อยสลายได้ : :  หรือ ถุงเพาะชำย่อยสลายได้ทางชีวภาพ มีคุณสมบัติและจุดเด่นดังต่อไปนี้ คือ

1. ถุงเพาะชำย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ผลิตจากวัตถุดิบที่เป็นผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งสามารถปลูกทดแทนได้ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตผลทางการเกษตรได้มากกว่าเดิม 6 เท่า และลดการนำเข้าวัตถุดิบจากปิโตรเคมี 

2. ลดปริมาณการใช้พลังงานและการเกิดของเสียในกระบวนการผลิต ได้มากกว่า 50 % 

3. สามารถนำไปใช้ทดแทนหรือแทนที่ถุงเพาะชำที่ผลิตจากพลาสติกปิโตรเคมี จึงลดปริมาณขยะจากการทิ้งถุงเพาะชำได้ 100 % 

4. ไม่จำเป็นต้องฉีกหรือถอดถุงเพาะชำออกขณะย้ายแปลงปลูก จึงประหยัดเวลา แรงงาน และมีอัตราการรอดตายของต้นกล้าภายหลังการย้าย 100 % เนื่องจากไม่มีปัญหาเรื่องดินแตกและรากขาดขณะทำการแยกต้นกล้าออกจากถุง 

5. สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้เองภายในดินกลายเป็นปุ๋ยบำรุงดิน และผ่านการทดสอบด้าน Ecotoxicity test แล้วว่าไม่เป็นพิษต่อพืชและสัตว์ 

 

           (ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.))

 

 

 

 

คุณ มณี อุฤทธิ์ 132 ม.3 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองฯ จ.นครสวรรค์ 60000 - Tel.: 091-2101912 หรือ 095-8862048 -  Hébergé par Overblog