"มหัศจรรย์...น้ำย่านาง"

รูปภาพ-สวนเกษตรอินรีย์บ้านสันคูรูปภาพ-สวนเกษตรอินรีย์บ้านสันคู

รูปภาพ-สวนเกษตรอินรีย์บ้านสันคู

    น้ำย่านาง รักษาโรคได้จริงไหม? ..แล้วรักษาโรคอะไรได้บ้าง?ถ้าดื่มติดต่อกันนานๆจะเป็นอันตรายไหม? คนที่ไม่ได้เจ็บป่วยด้วยโรคใดๆเลยดื่มได้หรือไม่?

 มากมายคำถามเกี่ยวกับ "น้ำย่านาง" เราก็เป็นคนหนึ่งที่มีคำถามเหล่านี้เหมือนกัน หลังจากที่หันมาสนใจดูแลสุขภาพ ด้วยสมุนไพรธรรมชาติ 

    เมื่อมีคำถาม... ก็ต้องหาคำตอบ และคำตอบที่ดีที่สุด คือ ทดลองด้วยตัวเอง
เริ่มจากหาผู้ร่วมการทดลอง  หาง่าย ใกล้ๆตัว 
คนแรก คือ ลุงนั่นเอง

  คือว่าลุงแกเป็นโรคเบาหวานอยู่ แกต้องกินยาจากโรงพยาบาลทุกวัน ผลเจาะน้ำตาลในเลือดที่ผ่านมา จะอยู่ในช่วง 120-140 mg% (ค่าปกติ = 100-125  mg% )    จะเห็นว่าผลเลือดของลุงบางครั้งยังสูงกว่าค่าปกติอยู่...คิดว่าน่าจะมาจากสาเหตุที่ลุงคุมอาหารไม่เคร่งครัดพอ 

 หลังจากดื่มน้ำย่านาง วันละ 1 ถ้วยกาแฟก่อนอาหารเช้าทุกวัน เป็นเวลา 1 เดือน ร่วมกับรับประทานยาเบาหวานตามปกติ ผลตรวจน้ำตาลในกระแสเลือด ลดลงเหลือ 112 mg% , อาการทั่วไปของลุงดีขึ้นไม่ค่อยอ่อนเพลียเหมือนแต่ก่อน .

 

  ดือนต่อมาลุงก็คงดื่มน้ำย่านางต่อเนื่อง ครบกำหนดเจาะเลือดที่โรงพยาบาล พบว่า ค่าน้ำตาลในกระแสเลือดของลุงลดลงเหลือ 108 mg%  ,อาการทั่วไปของลุงปกติดี.

       จากผลการทดลองนี้เราเชื่อว่า น้ำย่านางมีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดได้จริง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการปฎิบัติตัวของผู้ป่วยเองด้วยเป็นสำคัญ เราคิดว่าถ้าลุงสามารถควบคุมอาหารได้ดี ร่วมกับดื่มน้ำย่านางทุกวัน เป็นไปได้ว่าลุงอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาของโรงพยาบาลเลยก็ได้ในอนาคต...เสียดายที่ลุงไม่ได้ดื่มน้ำย่านางต่ออีก เพราะไม่สามารถหาใบย่านางมาทำน้ำดื่มได้อีก ตอนนี้ ป้ากับลุงเริ่มคิดว่าจะหาต้นย่านางมาปลูกไว้ในสวนแบบจริงจัง เพื่อจะได้มีไว้ใช้อย่างพอเพียง... 

   

รูปภาพ -สวนเกษตรอินรีย์บ้านสันคูรูปภาพ -สวนเกษตรอินรีย์บ้านสันคู

รูปภาพ -สวนเกษตรอินรีย์บ้านสันคู

ผู้ร่วมการทดลองคนที่สอง ก็คือ ป้า สำหรับป้ามีโรคประจำตัวคือ โรคไขมันในเลือดสูง และมีประวัติเคยเป็นงูสวัดเมื่อหนึี่งปีก่อน...ป้าก็เริ่มดื่มน้ำย่านางพร้อมๆกับลุงดื่มได้แค่สองเดือนแล้วก็ต้องหยุดไป ด้วยเหตุผลเดียวกัน(ปกติป้าจะหาเก็บใบย่านางที่ขึ้นเองตามท้ายสวน และตามชายป่าใกล้ๆบ้าน) สำหรับระดับไขมันในเลือดของป้านั้นไม่สามารถประเมินผลได้เพราะคุณหมอให้ยามารับประทานที่บ้านครั้งละมากๆ และนัดเจาะเลือดซ้ำทุก 6 เดือน
  
 แต่บังเอิญว่า...วันหนึ่งป้ามีความรู้สึกเจ็บปวดบริเวณที่เคยเป็นงูสวัด แกเคยมีอาการแบบนี้มา 2-3 ครั้งแล้วหลังจากที่แผลงูสวัดหายไป คุณหมอเคยบอกกับป้าไว้ว่า ป้าอาจจะมีอาการเจ็บปวดบริเวณที่เคยเป็นงูสวัดได้อีกเพราะเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดงูสวัดนั้นจะหนีไปฝ้งตัวอยู่ที่ปมประสาทในบริเวณนั้นๆ...เลยเป็นโอกาสดีที่ป้าได้ลองใช้กากใบย่านางที่คั้นน้ำออกไปแล้ว นำมาแปะที่ผิวหนังบริเวณที่ปวด ครั้งละ~ 1/2 ช.ม. เป็นเวลา 3 วัน พบว่าอาการปวดบริเวณดังกล่าวทุเลาลงอย่างมากหลังจากทำเพียงครั้งแรก และหายไปหล้งวันที่สาม( ปกติป้าจะมีอาการปวดแสบ ปวดร้อนมาก กินยาแก้ปวดก็ไม่ทุเลา อาการปวดนี้จะหายไปเองใช้เวลา ~3-4 วัน) ป้าดีใจมาก แกหวังว่าอาการปวดนี้จะไม่กลับมาอีก แต่ถ้ากลับมาเจอกันใหม่        ป้าบอกว่าไม่กลัวแล้ว... มั่นใจ "ย่านาง... เอาอยู่".

 

 สำหรับตัวเราเอง ตอนนี้ยังไม่มีโรคประจำตัว(หวังว่าจะไม่มีต่อไป)..เราก็ดื่มตอนเช้าก่อนอาหารและผสมน้ำให้เจือจางลง สำหรับดื่มระหว่างวัน กลิ่นของน้ำย่านางจะออกเหม็นเขียวหน่อย แต่รสชาติไม่ขมเลย ดื่มง่าย... 

 ช่วงระหว่างวันเราต้องทำงานในสวน ทั้งเหนื่อย ทั้งร้อนมากแต่เมื่อดื่มน้ำย่านางแล้วรู้สึกสดชื่น ไม่ค่อยอ่อนเพลียมากนักหลังจากเสร็จงานในตอนเย็น  

    นี่เป็นแค่สรรพคุณบางส่วนของ "ย่านาง" ที่เราได้ลองใช้จริง ถ้าใครสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมท่านสามารถหาได้จาก หนังสือ "ย่านาง" ที่เขียนโดย หมอเขียว (ใจเพชร มีทรัพย์)หรือศึกษาข้อมูลจากคลิป VDOข้างล่าง นี้

หวังว่าประสบการณ์ของเรา จะเป็นประโยชน์กับท่านที่สนใจ หรืออยากรู้เกี่ยวกับ สรรพคุณของ ใบย่านางในการรักษาโรคไม่มากก็น้อย. 

   ก็แค่อยากเห็น...คนไทย มีสุขภาพดี ด้วยการพึ่งพาตนเอง...โดยใช้ธรรมชาติ บำบัด                                         "สุขภาพดีไม่มีขาย...ถ้าอยากได้ต้อง...ดูแลเอง"  

 

คุณสามารถเขียนข้อความถึงเราผ่านทางบล็อกได้เลยโดยเขียนข้อความลงในช่องที่อยู่ด้านล่างสุดของแต่ละบล็อก ในช่องที่เขียนว่า'" votre commentaire"แล้วคลิกที่ valider ข้อความของคุณจะปรากฎในกล่องข้อความของเราหลังจากเราตอบกลับแล้วข้อความของคุณถึงจะปรากฎในบล็อก

คุณ มณี อุฤทธิ์ 132 ม.3 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองฯ จ.นครสวรรค์ 60000 - Tel.: 091-2101912 หรือ 095-8862048 -  Hébergé par Overblog