" น้ำหมักชีวภาพ "... ช่วยเร่งรากได้จริงหรือ?

ลักษณะรากของกิ่งปักชำ

ลักษณะรากของกิ่งปักชำ

 

   การขยายพันธุ์พืชโดยวิธี  " การปักชำกิ่ง "  นั้นถือว่า...เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชที่ ง่าย รวดเร็ว ผลิตต้นพันธุ์ได้ครั้งละจำนวนมากๆ และ คุณภาพของต้นพันธุ์ที่ได้จะเหมือนต้นแม่ 100 %  ด้วยข้อดีเหล่านี้จึงทำให้  " การปักชำกิ่ง "   เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชที่นิยมทำกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน.

  แต่การปักชำกิ่งนี้... ก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จกันได้ง่ายๆทุกคน เพราะว่ามีปัจจัยบางประการที่มีผลต่อความสำเร็จ หรือ ความล้มเหลวในการปักชำกิ่งนั่นเอง...

    วันนี้อยากจะมาพูดถึง  " น้ำยาเร่งราก " ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้ การปักชำกิ่งพันธุ์ของเราได้ผลมากยิ่งขึ้น...  และน้ำยาเร่งรากที่ว่านี้ เป็นน้ำยาเร่งรากที่ใช้ " น้ำหมักชีวภาพ " เป็นตัวช่วยในการเร่งราก  พูดมาถึงตรงนี้... บางคนอาจมีคำถามว่า...  น้ำหมักชีวภาพ จะช่วยเร่งรากได้จริงรึ ?... แล้วน้ำหมักตัวไหนล่ะที่ช่วยเร่งรากได้ดีที่สุด? 

 เราก็อยากรู้เหมือนกัน... ก็เลยต้องลองทำการทดลองดูเพื่อหาคำตอบ ถ้าใครอยากรู้... ก็ ...ตามเรามา าาาาา...

น้ำหมักชีวภาพ ชนิดต่างๆ

น้ำหมักชีวภาพ ชนิดต่างๆ

  เริ่มแรก เราก็เลือกน้ำหมักชีวภาพที่น่าสนใจ (สำหรับเรา) มา 4 อย่าง ได้แก่...

  1) น้ำหมักผลไม้ : เหตุผลที่เลือก เพราะ ในน้ำหมักผลไม้ มี สารอาหาร และ ฮอร์โมนพืชหลายชนิดที่ช่วยในการเจริญเติบโตของพืช

   2) น้ำซาวข้าวหมัก  :  เหตุผลที่เลือก เพราะ ในน้ำซาวข้าวหมัก มีสารอาหารที่พืชต้องการ รวมทั้ง วิตามิน B ที่ช่วยส่งเสริมในการงอกของรากพืชด้วย

   3) น้ำหมักมูลไส้เดือน :  เหตุผลที่เลือก เพราะ ในน้ำหมักมูลไส้เดือมีธาตุอาหารพืชอยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ในปริมาณที่สูง และมีจุลินทรีย์จำนวนมาก จุลินทรีย์ในปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน สามารถสร้างเอนไซม์ฟอสฟาเตสได้จึงทำให้วัสดุปลูกนั้นมีปริมาณของฟอสฟอรัสเพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้พืชออกดอกและการเจริญของราก ดียิ่งขึ้น

  4)ปุ๋ยรวม คือ เอาน้ำหมักทั้ง 3 ตัวที่กล่าวมานี้ มาผสมกัน ในอัตราส่วน 1:1:1 ; เหตุผลที่เลือกใช้ปุ๋ยรวม ก็คือ ในน้ำหมักแต่ละตัวก็มีสารอาหารพืชที่ไม่เท่ากัน และมีสารบางอย่างแตกต่างกันถ้านำมารวมกัน อาจมีผลทำให้ช่วยส่งเสริมการงอกของรากได้ดียิ่งขึ้น...

   5) น้ำเปล่า : ใช้เป็นตัวเปรียบเทียบดูว่า ถ้าเราไม่ใช้สารใดๆมาช่วยเร่งรากเลย กิ่งปักชำนี้จะออกรากได้ดีหรือไม่,อย่างไร.

 

 

กิ่งปักชำ ที่ใช้ในการทดลองกิ่งปักชำ ที่ใช้ในการทดลองกิ่งปักชำ ที่ใช้ในการทดลอง

กิ่งปักชำ ที่ใช้ในการทดลอง

     ขั้นตอนการทดลอง

1. เริ่มจากจัดเตรียมกิ่งพันธุ์ชนิดเดียวกันทั้งหมด เราใช้กิ่งไม้ดอกชนิดหนึ่งมาทำการทดลอง กิ่งพันธุ์ที่เราใช้มีด้วยกัน 3 แบบ คือ 1) กิ่งกระโดงเพสลาด (ไม่รู้ว่าเค้าเรียกแบบนี้กันมั๊ย )เป็นกิ่งกระโดงที่อยู่ถัดจากยอดลงมาและมีใบเพสลาดติดอยู่  2) กิ่งข้างที่่่่่่่่่่่่่่่่มีสีเขียว ( มีอายุไม่เกิน 1 ปี )... 3)กิ่งแก่ที่มีสีน้ำตาล (มีอายุเกิน 1 ปี )

  เพื่อเปรียบเทียบดูว่า กิ่งแบบไหนออกรากดีกว่ากัน

2.นำกิ่งพันธุ์มาจุ่มลงในน้ำหมักทั้ง 4 ชนิด,โดยนำน้ำหมักแต่ละชนิด มาผสมน้ำในอัตราส่วน  1: 1,000 แช่กิ่งพันธุ์ นาน 30 นาที 

3. นำกิ่งพันธุ์ทั้งหมดลงปลูกในแก้วพลาสติกแล้วใช้ถุงพลาสติกครอบไว้ ใช้ยางรัดให้แน่น วิธีการปักชำแบบนี้ เรียกว่า " การอบกิ่งชำ " ทั้งสะดวกไม่ต้องรดน้ำอีกเลย, กิ่งชำไม่เหี่ยวตายไปซะก่อน จึงทำให้การปักชำกิ่งของเรามีโอกาสประสบผลสำเร็จมากขึ้น.

4.  นำกิ่งพันธุ์ที่เตรียมเสร็จแล้ว...วางไว้ในที่ร่มเป็นเวลา 1 เดือน ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการทดลอง.

  ทีนี้... เรามาดูผลการทดลองกันดีกว่า... ดูซิว่า " รากของใคร...จะเจ๋งกว่ากัน "

 

 

" น้ำหมักชีวภาพ "... ช่วยเร่งรากได้จริงหรือ?

จากภาพโดยรวม... เพื่อนๆพอจะดูออกไหมว่ารากของใครออกดีกว่ากัน...ถ้ายังมองไม่ชัด...งั้นลองมาดูทีละอย่างกันดีกว่า...

" น้ำหมักชีวภาพ "... ช่วยเร่งรากได้จริงหรือ?
" น้ำหมักชีวภาพ "... ช่วยเร่งรากได้จริงหรือ?
" น้ำหมักชีวภาพ "... ช่วยเร่งรากได้จริงหรือ?
" น้ำหมักชีวภาพ "... ช่วยเร่งรากได้จริงหรือ?
" น้ำหมักชีวภาพ "... ช่วยเร่งรากได้จริงหรือ?

  จากภาพด้านบนนี้ พอจะสรุปได้ว่า... กิ่งที่จุ่มน้ำหมักผลไม้นั้นออกรากได้ดีที่สุด รากเยอะ,ยาว และดูแข็งแรงกว่าเขา รองลงมาน่าจะเป็น กิ่งที่จุ่มในน้ำซาวข้าวหมัก และน้ำหมักมูลไส้เดือน ตามลำดับ สำหรับกิ่งที่จุ่มในน้ำเปล่านั้นก็ออกรากได้ดีเหมือนกัน...แต่ถ้าสังเกตุที่รากดีๆจะเห็นว่า รากมีลักษณะอวบๆขาวๆ,สั้นๆกว่าเขาเลย ดูช่างน่ารักน่าเอ็นดู...ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเป็นรากที่พึี่งออกใหม่... หมายความว่า รากออกช้ากว่าเขานั่นเอง...  

  ที่นี้เรามาดูแบบแยกประเภทกิ่งกันบ้าง มาดูกันว่ากิ่งประเภทไหนที่ออกรากได้ดีกว่ากัน.

กิ่งข้าง ที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี

กิ่งข้าง ที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี

กิ่งกระโดงเพสลาด

กิ่งกระโดงเพสลาด

กิ่งแก่ ที่มีอายุเกิน 1 ปี

กิ่งแก่ ที่มีอายุเกิน 1 ปี

จากรูปจะเห็นได้ว่า...กิ่งที่ออกรากได้ดีที่สุดคือ กิ่งข้างที่มีอายุไม่เกิน1 ปี รองลงมาคือกิ่งกระโดงเพสลาด ส่วนกิ่งที่ออกรากได้แย่ที่สุดคือ กิ่งแก่ที่มีอายุมากกว่า 1 ปีนั่นเอง. 

  จากการทดลองของเรา พอจะสรุปผลได้ดังนี้...

  1) น้ำหมักชีวภาพช่วยเร่งให้เกิดรากได้เร็วจริง (จากการเปรียบเทียบกับรากที่แช่ในน้ำเปล่าอย่างเดียว)

  2)  น้ำหมักชีวภาพที่ช่วยเร่งให้เกิดรากได้ดีที่สุดคือ... น้ำหมักผลไม้

 3) ประเภทกิ่งพันธุ์ที่ควรนำมาใช้ปักชำเพื่อให้เกิดรากได้ดีที่สุดคือ กิ่งข้างที่มีอายุไม่เกิน 1 ปีและ กิ่งกระโดงเพสลาด ส่วนกิ่งที่ไม่ควรนำมาปักชำคือ กิ่งแก่ที่มีอายุเกิน 1 ปี

  หมายเหตุและข้อเสนอแนะ

   : น้ำหมักชีวภาพนั้นมีอีกมากมายหลายชนิด ถ้าใครอยากรู้ว่าน้ำหมักตัวอื่นๆจะช่วยเร่งรากได้ไหม? หรือดีกว่าน้ำหมักผลไม้หรือไม่?...ท่านก็อาจจะลองทำการทดลองแบบเราดูบ้างก็ได้ ผลเป็นอย่างไรสามารถแชร์มาได้ที่ baansunkoo-organic @hotmail.com

   :  สำหรับกิ่งพันธุ์ของพืชแต่ละชนิดที่จะนำมาปักชำนั้นก็มีความสามารถออกรากไม่เหมือนกัน พืชบางชนิดใช้กิ่งอ่อนหรือยอดอ่อน มาปักชำแล้วออกรากได้ดี ,พืชบางชนิดนิยมใช้กิ่งแก่มาปักชำเพราะออกรากดีกว่า...ดังนั้นสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการปักชำในพืชชนิดนั้นๆมาก่อนทางที่ดีควรสอบถามผู้รู้ หรือ ค้นหาข้อมูล ก่อนที่จะลงมือทำเพื่อให้การปักชำเกิดผลสำเร็จ จะได้ไม่ต้องเสียของ เสียเวลา เสียกำลังใจกันทีหลัง...  

      ก็หวังว่า...ผลการทดลองเล็กๆของเรา พอจะมีประโยชน์บ้างสำหรับผู้ที่สนใจในเกษตรอินทรีย์...ไม่มากก็น้อย.

 

 

 

 

สำหรับท่านใดที่สนใจ ผัก-ผลไม้อินทรีย์,ปลอดสารพิษ 100 % ของสวนเรา, ท่านสามารถค้นหาได้ที่ คลิกที่นี่ หรือ ติดต่อเราได้ที่เบอร์ 095-8862048 ทุกวัน ... 

คุณสามารถเขียนข้อความถึงเราผ่านทางบล็อกได้เลยโดยเขียนข้อความลงในช่องที่อยู่ด้านล่างสุดของแต่ละบล็อก ในช่องที่เขียนว่า'" votre commentaire"แล้วคลิกที่ valider ข้อความของคุณจะปรากฎในกล่องข้อความของเราหลังจากเราตอบกลับแล้วข้อความของคุณถึงจะปรากฎในบล็อก

คุณ มณี อุฤทธิ์ 132 ม.3 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองฯ จ.นครสวรรค์ 60000 - Tel.: 091-2101912 หรือ 095-8862048 -  Hébergé par Overblog